คมนาคม

ICAOการันตีการบินพลเรือนไทยคุณภาพเกินมาตรฐาน

ICAO ปลดธงแดงประเทศไทย หลังผลการตรวจสอบเต็มรูปแบบ Full ICVM 7 ด้านผ่านฉลุย การบินพลเรือนไทยได้ระดับมาตรฐานสากลแล้ว ระบุระดับประสิทธิภาพการนำมาตรฐานที่ ICAO นำมาใช้บังคับกับไทยเพิ่มขึ้น 65.07% มากกว่าที่กำหนดไว้ 60%
รายงานข่าวจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT แจ้งว่า หลังจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ได้ติดธงแดงประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 เนื่องจากตรวจพบว่ามาตรฐานการบริหารความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย มีข้อบกพร่อง จำนวน 572 ข้อ และมีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns: SSC)อยู่ 33 ข้อซึ่งขณะนั้นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการบินพลเรือนคือ กรมการบินพลเรือน (บพ.)

ล่าสุด ICAO ได้เข้ามาตรวจสอบยืนยันอย่างเต็มรูปแบบ (Full ICAO Coordinated Validation Mission หรือ Full ICVM) ในระหว่างวันที่ 13-22 พฤษภาคม 2562 โดยดำเนินการตรวจสอบ 7 ด้าน ได้แก่ ด้านกฎหมายและระเบียบ ด้านการจัดการองค์กรกำกับดูแล ด้านการออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ ด้านการปฏิบัติการบินด้านความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน ด้านบริการการเดินอากาศ และด้านสนามบิน (ยังไม่ได้ตรวจสอบยืนยันด้านการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอากาศยานเนื่องจากข้อจำกัดด้านผู้ตรวจสอบของ ICAO)

โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้น (Preliminary) ของคณะผู้ตรวจสอบFull ICVMพบว่า ระดับประสิทธิผลของการนำมาตรฐาน ICAO มาใช้บังคับในประเทศ (Effective Implementation หรือ EI) ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 65.07 ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่ ICAO กำหนดคือร้อยละ 60

ผลการตรวจสอบครั้งนี้ สามารถชี้ชัดว่าในระยะเวลาเกือบ 4 ปี นับแต่วันที่ประเทศไทยได้รับธงแดงเมื่อปี 2558 ระดับประสิทธิผลของการนำมาตรฐาน ICAO มาบังคับในประเทศได้เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวจากร้อยละ34.20 เมื่อได้รับธงแดงเป็นร้อยละ 41.46 ในระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน และเป็นร้อยละ 65.07 ในอีก 1 ปี 7 เดือนต่อมา ซึ่งถือได้ว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยด้านการบินของไทยทัดเทียมกับมาตรฐานเฉลี่ยของประเทศสมาชิก ICAO รวม 194 ประเทศแล้ว

สำหรับระดับประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวได้ยืนยันถึงความสำเร็จของการแก้ปัญหาด้านการบินพลเรือนอย่างจริงจังและเป็นระบบ ตลอดจนการสนับสนุนในด้านนโยบายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดย CAAT ยังคงเดินหน้าสร้างความยั่งยืนแก่อุตสาหกรรมการบินของไทยและเพิ่มระดับประสิทธิผลดังกล่าวต่อไปให้มาตรฐานของไทยเป็นที่ยอมรับแก่ทุกชาติ

รายงานข่าวจาก CAAT ระบุด้วยว่า หลังจากประเทศไทยติดธงแดงเมื่อปี 2558 ได้แก้ปัญหาโดยปรับโครงสร้างหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินพลเรือนใหม่ ซึ่งมีผลยุบเลิกกรมการบินพลเรือนและจัดตั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT โดยเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัย การรักษาความปลอดภัยและกิจการการบินพลเรือน โดยภารกิจด้านสนามบินได้โอนให้กรมท่าอากาศยาน และภารกิจด้านการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย และการสอบสวนอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับอากาศยาน ให้เป็นของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม

หลังจากที่ได้มีการจัดตั้ง CAAT ได้เร่งเดินหน้าแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ทั้ง 33 ข้อ โดยปรับปรุงทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนการทำงาน คู่มือ Checklist รวมถึงจัดการฝึกอบรมที่เหมาะสมให้กับพนักงานและผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนปรับปรุงระบบการออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (Air Operator Certificate) ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ICAO กำหนด

จากนั้นเมื่อวันที่ 20-27 กันยายน 2560 ICAO ได้ส่งคณะผู้ตรวจสอบ ICAO Coordinated Validation Mission หรือ ICVM เข้ามาตรวจสอบยืนยันความก้าวหน้าและความครบถ้วนของการแก้ไข SSC33 ข้อผลการตรวจสอบครั้งนั้นประเทศไทยสามารถปลดธงแดงได้สำเร็จ โดยสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญทั้ง 33 ข้อได้ทั้งหมด รวมถึงข้อบกพร่องที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ทำให้เหลือข้อบกพร่องที่ไม่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย 463 ข้อ ที่ยังต้องแก้ไข และในที่สุดการบินพลเรือนไทยก็ได้ระดับมาตรฐานสากล

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button