เทคโนโลยี

ปี 2564 คือยุครุ่งเรืองของนวัตกรรมและวิวัฒนาการของนักพัฒนาซอฟต์แวร์

ปี 2564 คือยุครุ่งเรืองของนวัตกรรมและวิวัฒนาการของนักพัฒนาซอฟต์แวร์

โดย… เอกรัฐ งานดี ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม เอาท์ซิสเต็มส์

ปี 2564 คือยุครุ่งเรืองของนวัตกรรมและวิวัฒนาการของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ พร้อมกับจะมีความร่วมมือด้านเทคนิคระหว่างฝ่ายธุรกิจและฝ่ายไอทีที่มากขึ้น โดยปัจจัยสำคัญคือกลุ่มนักพัฒนาที่มีความหลากหลายและเปิดรับนวัตกรรมมากขึ้นจะขับเคลื่อนคลื่นลูกใหม่ของนวัตกรรมทางธุรกิจ

สำหรับองค์กรธุรกิจหลายล้านแห่งทั่วโลก การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโต ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับขยายขนาดขององค์กร วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หลาย ๆบริษัทต้องคิดทบทวนเพื่อมองหาหนทางที่จะดำเนินธุรกิจและอยู่รอดให้ได้ในโลกวิถีใหม่ ในขณะที่องค์กรที่ไม่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปก็จะต้องเลิกกิจการไปในท้ายที่สุด

แต่เมื่อเรามองย้อนกลับไปตลอดช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาและความยากลำบาก เรากลับพบว่า มีความสำเร็จมากมายเกิดขึ้นในขณะที่เราต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ซึ่งนักพัฒนาได้กลายเป็นฮีโร่ในการสร้างสรรค์โซลูชั่นนวัตกรรมต่าง ๆ และนำแนวการพัฒนาโลกดิจิทัลไปพร้อม ๆ กับผู้บริหารองค์กรธุรกิจ

สถานการณ์การแพร่ระบาดย่อมจะสิ้นสุดลงไม่ช้าก็เร็ว และเมื่อการแข่งขันช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตลาดเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในช่วงปี 2564 บริษัทต่าง ๆ ก็จะเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันในโลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว

ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีประสบการณ์ตระหนักดีว่า ในการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในช่วงที่สถานการณ์ของเกมเปลี่ยนไป คุณจำเป็นที่จะต้องเขียนกฎกติกาขึ้นใหม่ “วิถีปฏิบัติแบบเดิม ๆ ” ได้กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องมือที่เราใช้หรือวิธีคิด ตอนนี้เราต้องเลิกคิดที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบเดิม ๆ ที่เคยมีมา และเริ่มต้นเผชิญหน้ากับอนาคต โดยเริ่มจากการวิเคราะห์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 เพื่อให้องค์กรของคุณเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตที่รออยู่เบื้องหน้า

ข้อมูลคาดการณ์อุตสาหกรรมในปี 2564

  1. จะมีแพลตฟอร์มประเภทใหม่เกิดขึ้น เพราะบริษัทต่าง ๆ เผชิญขีดจำกัดของแพลตฟอร์ม No-code และ Low-code ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ใช้งานเครื่องมือแบบ No-code และ Low-code เพื่อตอบสนองความต้องการ ในการพัฒนาแอปท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนในช่วงปี 2563 แต่อีกไม่นาน บริษัทเหล่านี้ก็จะตระหนักถึงข้อจำกัดของแพลตฟอร์มดังกล่าว และจะเริ่มมองหาแพลตฟอร์มที่ก้าวล้ำมากกว่า เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ทีมงานฝ่ายพัฒนาสำหรับการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆแพลตฟอร์ม No-code และ Low-code รองรับการสร้างแอปพลิเคชั่นทั่วไปที่มีความสามารถในการทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เมื่อองค์กรต้องการสร้างแอปที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจหรือแอปใหม่ที่อยู่นอกขอบเขตของเครื่องมือดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วแพลตฟอร์มนี้ก็จะไปถึงทางตันและกลายเป็นเครื่องมือที่ล้าสมัย หลาย ๆ บริษัทจะเริ่มทิ้งแพลตฟอร์มระดับเบื้องต้นดังกล่าวซึ่งถูกใช้ในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า แล้วหันไปใช้ Modern Application Platforms ที่มีความสามารถสูงกว่ามาก เพราะสามารถรองรับการสร้างแอปพลิเคชั่นทุกประเภท โดยนอกจากจะสร้างได้เร็วแล้ว ยังสามารถปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ปลอดภัย และช่วยสร้างความแตกต่างและข้อได้เปรียบที่จำเป็นสำหรับการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในอนาคต

  1. แนวคิดของนักพัฒนาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยจะมุ่งเน้นสิ่งที่จะสร้าง มากกว่าวิธีการสร้าง

โดยทั่วไปแล้ว นักพัฒนามักจะทุ่มเทความสนใจให้กับวิธีการสร้างซอฟต์แวร์ และความถนัดกับภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมและ ‘สแต็ก’ (Stack) แต่ความคุ้นเคยที่ว่านี้จะค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไป เพราะปัญหาที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ในการแก้ไขจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งจะมีโครงการพัฒนามากมายที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายธุรกิจและฝ่ายไอที ดังนั้นนักพัฒนาจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อมุ่งเน้นการส่งมอบโซลูชั่นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงาน (mission-critical solutions)โดยไม่คำนึงถึงวิธีที่ใช้ในการสร้างโซลูชั่นนั้น ๆ นักพัฒนาจะเปิดกว้างมากขึ้นและยอมรับแนวทางใหม่ ๆ เช่น การปรับใช้ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว ลดข้อผิดพลาด และลดการพึ่งพาฝ่ายเทคนิค นักพัฒนาจะละทิ้งแนวคิดแบบเก่า และยอมรับทางเลือกใหม่ ๆ เพราะตระหนักว่าผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด

  1. AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับนักพัฒนาทุกกลุ่ม

บทบาทของ AI ต่อการพัฒนาแอปพลิเคชั่นในอนาคตเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างมาก โดยมีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับศักยภาพของ AI แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ AI สามารถสร้างสรรค์โอกาสและความเป็นไปได้มากมายเกินกว่าขีดจำกัด และในปีนี้ การพัฒนาแอปโดยอาศัย AI จะยกระดับมาตรฐานของการพัฒนา ด้วยรูปแบบการใช้งานที่แปลกใหม่และมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น AI สามารถใช้งานได้ทั้งสำหรับนักพัฒนามืออาชีพและมือสมัครเล่น ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการสร้างแอปพลิเคชั่น และจะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรม มากกว่าที่จะเป็นอุปสรรค ปัจจุบันโลกของเราซึ่งอยู่ในช่วงจุดสูงสุดของการพัฒนาระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ที่เสริมสร้างกระบวนการทำงาน กำลังก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ และในไม่ช้า AI จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักพัฒนาขยายขอบเขตการทำงานและการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเหนือชั้น

องค์กรธุรกิจหลายแห่งได้เริ่มปรับสู่ความเป็นดิจิทัลก่อนสถานการณ์แพร่ระบาดจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา เราได้ประจักษ์ว่าการแพร่ระบาดสร้างแรงกระเพื่อม ที่เร่งการขับเคลื่อนสู่ดิจิทัลในทุกอุตสาหกรรม กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในการสร้างนวัตกรรมและคว้าตำแหน่งผู้นำท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น คู่แข่งที่สามารถฟันฝ่ามรสุมและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจจะกลายเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัว ดังนั้นเพื่อให้มีชัยเหนือคู่แข่ง เราจำเป็นที่จะต้องมีความกล้าที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ฉีกกฎเดิม ๆ และปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหาท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปีใหม่นี้

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button